ท่านได้อ่านบทความนำร่องของหุ้นไปบ้างแล้ว
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงประวัติคร่าวๆของตลาดหุ้นไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดทำการซื้อขาย เป็นทางการครั้งแรกวันที่ 30 เมษายน 2518 เวลาทำการคือ วันจันทร์-วันศุกร์ มี 2 ช่วง
ช่วงเช้า 10.00 – 12.30 น.
ช่วงบ่าย 14.30 – 16.30 น.
และหยุดตามวันหยุดราชการ
เริ่มวันแรก
ดัชนี 100 จุด และทำสถิติสูงสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 ที่ระดับ 1,753.73 จุด
มีเหตุการณ์ต่างๆ
พอมาเล่าเป็นสังเขปได้ดังนี้
-
19 ตุลาคม 2530 วันจันทร์ทมิฬ (Black Monday) เกิดจากการเทขายอย่างหนักของนักลงทุนและตลาดหุ้นทั่วโลก
ตกกันทั่วหน้า หุ้นไทยตกมาอยู่ที่ระดับ 446.01 จุด
วันต่อมาลดลงอีก 36.64 จุด จนเกือบ 2 เดือนต่อมา
ดัชนีอยู่ที่ระดับ 243.97 จุด
จากนั้นดัชนีก็เริ่มไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึง 1,129.36 จุด
ในวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2533
-
วันที่ 2 สิงหาคม 2533 เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ดัชนีลดลง 14.42 จุด และลดลงต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 4
เดือน โดยวันที่ 30 พฤศจิกายน 2533 ดัชนีอยู่ที่ระดับ 544.3 จุด
-
ต่อมาปี 2536 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เศรษฐกิจขยายตัวดี
ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2537
สร้างจุดสูงสุดอยู่ที่ระดับ 1,753 .73 จุด
-
ปี พ.ศ. 2538 เปิดทำการวันแรก 3
มกราคม 2538 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,354.04
จุด หลังจากนั้นก็ปรับตัวลดลงมาตลอด
จากวิกฤตการณ์ทางการเงินในประเทศเม็กซิโก
-
ปี 2539 การซื้อขายหลักทรัพย์ซบเซา มีแนวโน้มลดลงมาเรื่อยๆ
ตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 1,323.43 จุด จนถึงปลายปีธันวาคม
ปิดที่ระดับ 831.57 จุด
-
ปี 2540 วิกฤติเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย
ปัญหาหนี้เสีย ปัญหาการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เงินคงคลังพยุงค่าเงิน วันที่ 2
กรกฎาคม 2540 รัฐบาลตัดสินใจปล่อยค่าเงินบาทลอยตัว
รวมทั้งปิดสถาบันการเงิน 56 แห่ง มีคนเรียกวิกฤตการณ์นี้ว่า “ต้มยำกุ้ง” ดัชนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 457.97
จุด
-
27 ตุลาคม 2540 เกิด Black Monday ครั้งที่ 2 ตลาดหุ้นไทยปิดที่
457.16 จุด
-
26 ธันวาคม 2540
ดัชนีหุ้นต่ำสุดในรอบ 8 ปี ปิดที่ระดับ 354.29
จุด
-
4 กันยายน 2541 ดัชนีหุ้นสร้างจุดต่ำสุดในรอบ 11 ปีที่ระดับ 207.31
จุด
-
วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี
2539 มาเรื่อยๆ จนถึงปี 2542 เริ่มจะดีขึ้น
ดัชนีปิดที่ระดับ 481.92 จุด
-
การซื้อขายเริ่มคึกคักขึ้นในปี
2544 แต่ดัชนีก็แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ 6 กันยายน 2544 ดัชนีปรับตัวสูงสุดของปีนี้ที่ระดับ 342.56
จุด
-
11 กันยายน 2544
เกิดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินชนตึกแฝด World
Trade Center ประเทศสหรัฐอเมริกา
จึงมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของอเมริกาและลุกลามไปทั่วโลก ดัชนีปรับตัวลดลงหลายวัน
จนมาปิดที่ระดับ 266 จุด
-
หลังจากนั้น
ดัชนีหุ้นเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ
-
วันอังคารที่ 19 กันยายน 2549 เกิดรัฐประหาร
รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร (ช่วงกลางคืน) เรียกตัวเองว่า
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คมช.) 20 กันยายน 2549 คมช.สั่งหยุดเป็นวันหยุดราชการ 1 วัน
-
วันที่ 21 กันยายน 2549 ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ
692 จุด ลดลง 9.99 จุด
-
19 ธันวาคม 2549
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการกันสำรอง 30% เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท
ดัชนีต่ำสุดที่ระดับ 587.92 จุด ลบ 142.63 จุด โดยปิดตลาดที่ระดับ 622.14 จุด ลดลง 108.41
จุด
-
ปี 2551 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากปัญหาการปล่อยกู้ที่ไม่มีคุณภาพในภาคอสังหาริมทรัพย์
หรือที่เรียกกันว่า วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ (Subprime Mortgage Crisis) หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์
-
19 มิถุนายน 2551
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ประกาศเคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ 742.46 จุด ลบ 23.28 จุด
-
15 กันยายน 2551
สถาบันการเงินสหรัฐอเมริกาขอยื่นล้มละลาย
หุ้นไทยจึงพบปัญหาการเมืองในประเทศและปัญหาเศรษฐกิจของอเมริกา
-
27 ตุลาคม 2551 เกิด Black Monday ครั้งที่ 3 ตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้มาตรการ
Circuit Breaker หยุดทำการซื้อขายหุ้นชั่วคราว
โดยดัชนีปิดที่ระดับ 387.43 จุด ลดลง 43.44 จุด ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
-
26 และ 27 พฤศจิกายน 2551 กลุ่มพันธมิตรปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
มีข่าวลือการปฏิวัติ รัฐประหาร ดัชนีปิดที่ 394.82 จุด
-
8-19 เมษายน 2553
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดัชนีปิดที่ 726.29
จุด
-
19 พฤษภาคม 2553
นปช.ได้เผาทำลายชั้นล่างอาคารตลาดหลักทรัพย์
ทำให้มีการซื้อขายหุ้นได้เพียงครึ่งวัน และวันที่ 20-21 พฤษภาคม
2553 ตลาดหลักทรัพย์จึงปิดทำการ
-
ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 นี้
มีการสลายการชุมนุมของ นปช. และ นปช.
ได้มีการยุติการชุมนุมในวันนี้
หลังจากนั้น
หุ้นไทยจึงได้ปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จนวันที่ 21 เมษายน 2554 ดัชนีทำสถิติปิดที่ระดับ 1,109.92
จุด ระหว่างวันขึ้นไปสูงสุดที่ 1,113.63 จุด
สูงสุดในรอบ 15 ปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น